Thai

วัดไทยในใจกลางประเทศอังกฤษ






คณะสาธยายมนต์มหาสมัยสูตร












ขอเชิญ
ร่วมบุญเทศน์มหาชาติ
วันอาทิตย์
ที่ ๒๘ สิงหาคม๕๙
เริ่มเวลา ๙.๐๐ น       เป็นต้นไป










ติดต่อสอบถาม โทร 01543472315 
หรือ 077 6674 2529 
 email ppanyasiri@yahoo.com
ติดตามเราที่ Facebook
วัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร
วัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร  คิงส์บรอมลี่ สแตฟฟอร์ดเชียร์ เป็นวัดในสาขาความดูแลของวัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร ในกรุงเทพฯ  
พระเดชพระคุณพระธรรมสุธี (พีร์ สุชาโต) ได้ให้ความอุปถัมภ์ในการจัดทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำปัจจัยมาทอดถวาย เพื่อซื้อสถานที่แห่งใหม่  โดยจัดทอดที่วัดมหาธาตุ  ท่าพระจันทร์ ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๗
ได้รับปัจจัยจากการทอดผ้าป่าในครั้งนี้ประมาณ​ ๒.๒ ล้านบาท 

วัดมหาธาตุ สหราชอาณาจักร ซึ่งมีพระปัญญาพุทธิวิเทศ หรือ ที่รู้จักในนาม ดร พระมหาเหลา ปัญญาสิริ ซึ่งเป็นพระที่อุปสมบท ที่วัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฎิ์​ เมื่อปี ๒๕๒๓ ท่านเรียนจบปริญญาตรี พุทธศาสตร์บัณฑิต  และเมื่อเดินทางมาประเทศอังกฤษ ได้ปฎิบัติหน้าที่ เป็นผู้ช่วยพระธรรมทูต และ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูตที่วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน เมื่อปี ๒๕๓๐  จนกระทั่งปี ๒๕๓๖ ท่านได้ลาออกจากตำแหน่งที่วัดพุทธปทีป เพื่อขอไปศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยลอนดอน  โดยจบปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน  

(ก่อนออกจากวัดพุทธปทีป  ในช่วงที่ปฎิบัติหน้าที่เป็นพระธรรมทูตที่วัดพุทธปทีป ได้ร่วมมือกับ นายปีเตอร์ โรบินสัน  ได้จัดตั้งมูลนิธิแองโกล ไทย หรือ อังกฤษ ไทย ขึ้น เพื่อหาทุนไปสนับสนัน การศึกษาเด้กนักเรียนยากจนในถิ่นกันดาร โดยเริ่มที่บ้านเกิด คือ บ้านหนองรัง อ เมือง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นจุดแรก ซึ่งถือว่าเป็นที่กำเนิกของมูลมูลนิธิอังกฤษ ไทย  จนต่อมามูลนิธิได้ขยายไปในจังหวัดต่าง ๆ  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเด็กนักเรียนักศึกษาเข้ารับทุนการศึกษาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เป็นจำนวนมากกว่า ๑๐๐๐ คน ที่ได้รับทุนของมูลนิธิ  ในปี ๒๕๕๘ ในเดืนอมิถุนายน มูลนิธิจัดมอบทุนในโอกาสครบรอบ ๒๕ ปี )

พระมหาเหลา ปัญญาสิริ หลังจากออกจากตำแหน่งพระธรรมทูต วัดพุทธปทีป และเนรียนจนจบปริญญาโทแล้ว ได้รับนิมนต์จากชาวอินเดีย ซึ่งนับถือพระพุทธศาสนา ชาวอังกฤษมีวัดที่สร้างขึ้น ที่เมืองเบอร์มิงแฮม แต่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา จึงได้นินมนต์พระมหาเหลา ปัญญาสิริ ไปเป็นเจ้าอาวาส และในขณะเดียวกันได้ ใช้เวลาส่วนหนึ่งไปศึกษาปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยวูลเวอร์แฮมตัน 
(ในขณะที่ศึกษานี้ ได้รับนิมนต์ไปบรรยายเกี่ยวกับการสวดมนต์ในพระพุทธศาสนาแบบไทย ที่มหาวิทยาลัย ลอนดอน จนกระทั่งต่อมา คณะผู้สนใจพระพุทธศาสนา ได้นิมนต์ไปสอนการสวดมนต์บทต่าง ๆ ที่ประเทศเวลส์​โดยกลุ่มสนใจเรียนบทสวดมนต์นี้ คือ กลุ่มสมถะ มีผู้สนใจเรียนบทวดมนต์ มากถึง ๑๘ คน โดยเรียนเป็นเวลา ๑ อาทิตย์  บทสวดมนต์ที่สำคัญสอนในครั้งแรกคือ บทสวดมหาสมัยสูตร ทำนองวัดมหาธาตุ ซึ่งประกอบด้วยการสวดแบบมคธ แบบสรภัญญะ เป็นทำนองในปัฐยาวัต อินทรวิเชียร และทำนองสามัญทั่วไป คณะสวดมนต์ดังลกล่าวมีความสนใจและหลังจากเรียนแล้วมีความชำนาญในการสวดโดยปากเปล่า และเน้นการภาวนา  ดังนี้ จึงมีการจัดสวดมนต์ภาวนาในบทต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เช่นบทธรรมจักรกัปปวัตนสูตร กรณียเมตตสูตร คาถาชินปัญชร บทสวดมนต์อื่น ๆ รวมถึงบทยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก คณะสวดมนต์ก็วดได้  นอกจากนี้ ยังเสริมบทสวดพิเศษ คือ อาทิตตปริยายสูตร และ อภิธรรม ๗ คัมภีร์  บทสวดต่าง ๆ เหล่านี้ ได้สอนในระยะต่อมา
คณะสวดมนต์ดังกล่าวได้รับเชิญให้ไปร่วมสวดมนต์ที่เมืองไทยหลายครั้ง อย่ได้ร่วมสวดมนต์เพื่อสันติภาพที่พุทธมณฑล   สวดที่ยูเอ็น และ ครั้งล่าสุด คณะสวดมนต์ดังกล่าวได้เดินทางไปสวดมนต์เพื่อสันติภาพ ๔ ภาคที่เมืองไทย เน้น กรุงเทพมหานคร พุทธมณฑล วัดมหาธาตุ  วัดพระเชตุพน วัดอรุณ วัดราชโอรส วัดสระเกศ วัดพระรามเก้า  ศาลาลอย เขานาคเกิด วัดปุตุราช วัดโสธร วัด พระสิงห์ เชียงใหม่  วัดหนองรัง ศรีสะเกษ วัดแทนวันดี  เป็นต้น  
ที่น่าภาคภูมิใจที่ชาวพุทธอังกฤษดีใจเป็นที่สุด คือได้เข้าไปเจริญพุทธมนต์มหาสมัยสูตร ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดพระแก้ว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนารถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่วัดเพระแก้ว เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา
คณะสวดมนต์ยังได้ไปสดวมนต์ที่ เดนมาร์ค เยอรมนี และสวิสเซอร์แลนดื​
ด้วย)

ในส่วนของพระมหาเหลา ปัญญาสิริ หลังจากได้เดินทางออกมาอยู่เบอร์มิงแฮม ได้สอนพระพุทธศาสนา ภาษาไทย และวิปัสสนากรรมฐานที่วัดพุทธวิหารแอสตัน อาทิตย์ละ ๓ วัน เน้นเวลาช่วงภาคค่ำของแต่ละวัน ส่วนในวันหหยุดมีกิจกรรมเพื่อชาวไทย และชาวอินเดียที่มาร่วมทำบุญที่วัดให้ได้ประโยชน์​จากการมาวัด จึงมีนักเรียนที่สนใจพระพุทธศาสนา และสนใจภาษาไทย และวิปัสสนากรรรมฐานเพิ่มขึ้นตามลำดับ
ส่วนที่สนใจพระพุทธศาสนาได้เรียนจบระดับ เอเอส ที่สามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยได้ โดยส่วนหนึ่งได้เรียนต่อจนจบปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล  ส่วนผู้ที่จบภาษาไทย ได้ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัย ลอนดอน จนสามารถจบเอกภาษาไทยด้วย   

ต่อมาพระมหาเหลา ปัญญาสิริ  สอบเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาัลเบอร์มิงแฮมได้ จึงลาออกจากมหาวิทยาลัยวูลเวอร์แฮมตัน และได้รับเชิญให้เป็นเจ้าหน้าที่บาทหลวงฝ่ายพระพุทธศาสนา ที่มหาวิทยาลัย เบอร์มิงแฮม ซึ่งต่อมาท่านได้เรียนจบปริญญาเอก ด้านศาสนาและสังคม ที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม นับเป็นพระไทยรูปแรกที่จบปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ   ทั้งนี้ วัดที่ท่านปฎิบัติศาสนกิจอยู่ได้  ประกาศขายทอดตลาด ท่านจึงได้เชิญผู้ที่มาเรียนพระพุทธศาสนา และมาเรียนภาษาไทย ให้ช่วยกันจัดตั้งมูลนิธิขึ้น ชื่อมูลนิธิพระพุทธศาสนาไทย อังกฤษ  Thai British Buddhist Trust และได้ดำเนินการซื้อวัดจากชาวพุทธอินเดีย ให้เป็นวัดไทย ในชื่อเดิมคือวัดพุทธวิหาร แอสตัน ตามชื่อเขตที่อยู่อาศัยในตอนนั้น  ต่อมาหลังจากท่านเรียนนจบปริญญาเอกในปี ๒๕๔๗     และในขณะเดียวกันได้พยาามหาสถานที่แห่งใหม่ เพื่อสร้างวัด   และได้พบสถานที่แห่งใหม่ใกล้เมืองลิชฟิลด์ จึงตกลงใจซื้อสถานที่ดังกล่าว   การซื้อวัดเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะมีเงินมัดจำจำนวนน้อย รวมถึง ขายทอดตลาดอาคารวัดเก่า ยังไม่มีผู้ซื้อ แต่จำเป็นต้องย้ายไปสถานที่แห่งใหม่  แม้ของใช้ต่าง ๆ ในวัด ต้องหาสถานที่เพื่อเก็บไว้ชั่วคราวก่อนที่จะมีวัดแห่งใหม่   ชาวอินเดีย หลังจากจำหน่ายวัดให้กับชาวไทย และชาวอังกฤษแล้ว ได้ไปซื้อสถานที่แห่งใหม่ มีเนื้อที่มาก จึงได้ขอใช้ห้องโถงหนึ่งห้องสำหรับเก็บของวัด เพื่อปรับปรุงให้วัดขายทอดตลาดได้  จนกว่าวัดจะได้สถานที่แห่งใหม่  

วัดพุทธวิหาร แอสตัน แม้ย้ายมาอยู่สถานที่แห่งใหม่ก็ใช้ ชื่อวัดพุทธวิหาร คิงส์บรอมลี่ แต่จากการประชุมก่อนย้ายวัด คณะกรรมการได้เสนอให้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดมหาธาตุ สหราชอาณาจักร  แม้ที่ประชุมรับรองแล้ว แต่การเปลี่ยนชื่อวัดอย่างเป็นทางการไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนั้น
  
ในปี ๒๕๔๘ เป็นปีที่จะย้ายจากเบอร์มิงแฮม มาที่คิงส์บรอมลี่ พระมหาเหลา ปัญญาสิริ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ พระราชทินนามว่า พระครูปัญญาสุธรรมวิเทศ​ และ ในปี ๒๕๕๔ หลังจากย้ายมาสถานที่แห่งใหม่ได้ ๕ ปี ได้รับเลื่อนเป็นเจ้าคุณ หรือ พระราชาคณะ พระราชทินนามว่า  พระปัญญาพุทธิวิเทศ 

ในปี ๒๕๕๕  (2012) สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่สอง แห่งสหราชอาณาจักร 
ครองราชครบ ๖๐ ปี  รัฐบาลอังกฤษ ประกาศให้ประชาชนจัดเฉลิมฉลองทั่วประเทศ 
วัดพุทธวิหาร คิงส์บรอมลี่ ได้กำหนดจัดงานฉลอง ๖๐ ปีครองราช ราชินีอังกฤษ  และประกาศเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ ให้เป็นวัดมหาธาตุ สหราชอาณาจักร เพื่อเป็นการบูชาสำนักวัดมหาธาตุ ที่พระปัญญาพุทธิวิเทศ ได้อยู่อาศัยตั้งแต่เป็นเด็กเมื่อปี ๒๕๑๖  บรรพชา เป็นสามเณร ๖ ปี และ อุปสมบทและศึกษาเล่าเรียนต่อมาอีก ๗ ปี ก่อนจะเดินทางมาปฎิบัติศาสนกิจที่ประเทศอังกฤษ และ ในโอกาสเดียวกันได้ฉลองสมณศักดิ์พระราชาคณะ โดยมีพระเถระจากวัดมหาธาตุ มาร่วมมุมทิตาทั้งหมด๕ รุป ซึ่งมีพระธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร  เป็นประธาน  นิมนต์พระราชปัญญโสภณ จากวัดสระเกศ ซึ่งเป็นผู้แทนของสมด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานกำกับดูแลพระธรรมทูตสายต่างประเทศ มาร่วมการเฉลิมฉลองครั้งสำคัญในครั้งนี้  

อนึ่ง เป็นการกลับมาอังกฤษครั้งแรกของพระธรรมสุธี หลังจากเดินทางกลับไปประเทศไทยสมัยเป็น พระมหาพีร์ สุชาโต  เป็นที่ปลาบปลื้มของคนไทยในอังกฤษเป็นอย่างมากที่มีโอกาสได้พบกับท่านอีกครั้งในรอบ  ๒๓   ปี ตั้งแต่ท่านเดินทางกลับประเทศไทย

วัดมหาธาตุ สหราชอาณาจักร  ได้ดำเนินการสอนพระพุทธศาสนา แก่ชาวอังกฤษ ชาวไทย และมีกิจกรรม เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในประเทศอังกฤษ อย่างต่อเนื่อง  การบวชศีลจาริณี การบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน  เปิดสอบธรรมศึกษา  เปิดสอนพระพุทธศาสนาแก่ชาวอังกฤษที่สนใจ สอนวิปัสสนากรรมฐาน และส่งเสริมให้พระสงฆ์ที่เดินทางมาประจำที่วัดได้เรียนภาษาอังกฤษ  โดยจัดชั้นเรียนที่วัด และให้พระสงฆ์เดินทางไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมในเมือง ลิชฟิลด์​ตามโอกาสที่เหมาะสม

ในปี ๒๕๕๘ วัดมหาธาตุ สหราชอาณาจักร โดยคณะกรรมการมูลนิธิ เห็นสมควร เปิดศูนย์การศึกษาสำหรับพระสงฆ์ไทยที่เมืองเคมบริจด์ขึ้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมพระสงฆ์ให้มีประสบการณ์ในการเรียนในประเทศอังกฤษ อย่างเต็มรูปแบบ กล่าวคือมีสถานที่พักสงฆ์ และมีเวลาในการศึกษาเล่าเรียนโดยตรง ทั้งนี้ วัดมหาธาตุ จะเป็นส่วนหนึ่งในการหาทุน เพื่อส่งเสริมการศึกษาของพระสงฆ์ในครั้งนี้   สถานที่สำหรับเป็นที่พักสงฆ์จะเข้าพักในวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๘  ที่เมืองเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้ และการศึกษาที่ชาวโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี ทั้งนี้ นโยบายสำคัญก็คือต้องการให้พระสงฆ์ไทย เข้าเรียนต่อในระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์​ในโอกาสต่อไป 





ท่านสามารถบริจาคบำรุงน้ำ+ไฟ ผ่านทางบัญชีธนาคารวัดได้ตามกำลังศรัทธา อนุโมทนา ในกุศลจิตของทุกท่านมา ณ โอกาสนี้